[Review] Uncharted 4: A Thief’s End ปิดตํานานซีรีย์นักล่าสมบัติ

GClub

ก็ผ่านมา 9 ปีแล้วสำหรับซีปรี่ Uncharted นับจากปี 2007 กับการปรากฎตัวหนแรกของเกม Uncharted: Drake’s Fortune ที่ลงให้กับเครื่อง PS3 ตัวเกมเป็นเกมแนว Third-Person Shooter, Action-Adventure โดยที่จะให้พวกเราแสดงบทบาทเป็นชายหนุ่มนักล่าทรัพย์สินนามว่า Nathan Drake แล้วก็พร้อมผู้รายงานข่าวสาว Elena Fisher แล้วก็สุภาพบุรุษชรานามว่า Victor Sullivan ตัวเกมในภาคแรกนั้นไปถึงเป้าหมายเป็นอย่างยิ่ง ได้รับคำชื่นชมจากหลายๆสื่อ จนถึงทำให้มีภาคต่อออกมาอย่าง Uncharted 2: Among Thieves ในปี 2009 รวมทั้ง Uncharted 3: Drake’s Deception ในปี 2011 เป็นลำดับ อีกทั้ง 3 เกมลงให้กับเครื่อง Playstation 3 แบบ Exclusive แล้วก็จนกระทั่งมาถึงปี 2016 กับการมาของเครื่องสมัย Next-Gen ใหม่อย่าง Playstation 4 ทำให้ตัว Nathan เองจำเป็นต้องกลับมารับบทบาทใหม่อีกรอบใน Uncharted 4: A Thief’s End

“One Last Time” ภายหลังตัว Nathan Drake (Nate) เองนั้นได้ผ่านเรื่องราวมากไม่น้อยเลยทีเดียวมาทั้งหมดทั้งปวงในเกมสามภาคแรก เขาได้ตกลงสมรสแล้วก็ดำเนินชีวิตคู่กับแฟนสาวของเขา Elena Fisher และก็ได้ดำเนินชีวิตด้วยกันมาตลอด กระทั่งวันนึง Sam Drake พี่ชายของ Nate ที่เขานึกว่าตายไปตั้งนานแล้ว มาหาเขาพร้อมทั้งกล่าวว่าตัวเขานั้นถูกช่วยออกโดยแก๊งค์ค้ายาโดยที่เขาจำต้องไปตามหาทรัพย์สมบัติของโจรสลัดในตำนาน Henry Avery มาทดแทนเขาที่ช่วยตัว Sam ออกมา ทำให้ Nate จะต้องยอมมาช่วยพี่ชายเขาสำหรับเพื่อการตามหาทรัพย์สมบัติของ Henry Avery แล้วก็ยอมโป้ปดมดเท็จเมียตนเองเพราะเหตุว่าเป็นห่วง พร้อมทั้งติดต่อเพื่อนเก่าอย่าง “Sully” (Victor Sullivan) ให้มาช่วยเขาอีกรอบสำหรับในการตามหาทรัพย์สมบัติเพื่อช่วยพี่ชายเขา

ถ้าหากกล่าวถึงเรื่องราวของ Uncharted 4 แล้วนั้นหากถามคำถามว่ามันดีไหม ? ก็คงจะจะต้องตอบว่าดีเลิศจ้ะ เพราะว่าตัวเกมนั้นมีการเล่าที่ดี การตัดต่อระหว่าง Gameplay แล้วก็ Cutscreen ที่ทำออกมาเยี่ยมยอดไม่มีคำว่าขัดข้องเลย ทำให้ผู้เล่นไม่ต้องการจะผ่าน Cutscreen เลย และก็ถ้าหากว่าคนใดที่เป็นแฟนเกมนี้และก็เล่นมาทั้งสิ้น 3 ภาคแรกนั้นตัวเกมก็จะมี Fan Service ให้อีกด้วย แต่ว่าสำหรับมิได้เคยเล่น 3 ภาคแรกมาก่อน รวมทั้งมาเริ่มเล่นภาคนี้เลย ก็สามารถสนุกสนานกับมันได้จ้ะ เพราะเหตุว่าใน Uncharted 4 นั้นก็มีเรื่องราวที่เหมาะสมที่สุดของมันในตัวอยู่แล้วนั้นเองจ้ะ

กลับมากล่าวถึงในเรื่องของ Gameplay กันต่อจ้ะ สำหรับเกม Uncharted เป็นเกมแนว Third-Person Shooter, Action-Adventure โดยที่จะมีการแก้ไข้ปัญหาเพิ่มเติมอีกเข้ามาด้วย รวมทั้งผู้กระทำระกระโดดเกาะปีนไปจากที่ต่างๆนั้นเป็นลักษณะเด่นของเกมนี้ทั้งหมดทั้งปวง และก็ในภาคนี้ตัวเกมได้อบรมระบบปีนนี้ขึ้นมาได้ดียิ่งไปกว่าภาคก่อนหน้า ทำให้เล่นได้อย่างไหลลื่น ไม่มีขัดข้องแบบภาคก่อนๆรวมทั้งเพิ่มของเล่นเด็กใหม่อย่างเชือกที่จะเอาไว้เกี่ยวโหนไปจากที่ต่างๆและก็น่าตกใจที่เกมเพลย์ที่ตรงนี้ทำเป็นดีมากกว่าที่คิด เนื่องจากว่ามันเป็นมิติใหม่ของ Uncharted เลยล่ะ(ลองนึกถึง อินเดียน่าโจน โหนแส้แล้วยิงปืนไปพร้อมเพียงกันสิ Cool มากมายๆ) แล้วก็มากับฉาก Action ประเภทที่ว่าโยนศัตรูใส่เข้ามาจำนวนมากกระทั่งทำเอา Nate เปลี่ยนเป็น Killing Machine จนได้สมญานามว่า Nate จอมเผาผลาญ เพราะว่าพี่มึงโผล่ไปที่ใดจะต้องมียิงกันที่นั้นทุกครั้งจริงๆและก็ในประเด็นนี้เป็นสิ่งที่เพศผู้เขียนเองขัดใจมาตลอดของ 3 ภาคแรก โน่นเป็นเรื่อง Physics ของผู้แสดง รวมทั้ง Impact ของปืนตอนที่ยิง มันมิได้ให้ความรู้ความเข้าใจสึกราวกับยิงเลย และก็ Animation ของผู้แสดงก็เช่นเดียวกันที่ดูแข็งไปหน่อย พอการมาของภาค 4 นั้นตัวเกมได้เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทั้งปวงจนถึงลบจุดด้วยที่ตรงนี้ออกไปได้ อย่างไรก็ตามบางครั้งก็อาจจะเป็นเพราะว่าคนเขียนพึ่งจะได้มาเล่นตัวเกม 3 ภาคแรกในเวอร์ชั่น Remaster ใน PS4 อีกครั้งก็เป็นไปได้นะคะ แต่ว่าอย่างที่บอกไปตอนต้นจ้ะว่า Uncharted 4 นั้นได้ปรับปรุงแก้ไขจุดด้วยนี้ทั้งหมดทั้งปวงเลย ทำให้เป็นเกม “ภาคต่อ” ที่คุ้มต่อการคอยเจริญจ้ะ

แต่ว่าถึงถ้าอย่างนั้นก็ไม่ใช่ว่าตัวเกมมันจะดีกระทั่งไม่มีที่ตำหนิซะทีเดียว เนื่องจากว่าด้วยการที่เกมนี้มันเป็นแถว Third-Person Shooter, Action-Adventure นั้นทำให้ตลอดการเล่นทั้งยังเกม เพศผู้เล่นเองก็จะได้เล่นแต่ว่าเกมเพลย์เดิมๆเพียงแค่เปลี่ยนฉาก แต่ว่าก็ยังดีที่ตัวเกมได้วางแบบฉากมานานาประการ ทำให้ยังพอลบขอเสียที่ตรงนี้ออกไปได้บ้าง แม้กระนั้นสิ่งที่เห็นว่ามันห่วยแตกสุดๆเลยก็คือหัวข้อการเรียงลำดับฉากนี่ล่ะ อาทิเช่น ในฉากนี้พวกเรากำลังบุบจู่ๆและตัดตอนเข้า Cutscreen ที่ตระการตางานสร้างๆแล้วตัวเกมก็เปลี่ยนฉากมาให้พวกเรากระโจนปีนแก้ไข้ปัญหาเสียแบบนั้น ในขณะที่กำลังต่อสู้เข้าด้ายเข้าเข็มอยู่ เปลี่ยนไปเป็นว่าเพศผู้เล่นปรับอารมณ์แทบจะไม่ทัน รวมทั้งฉากบางฉากที่ใส่เข้ามาแบบว่าไม่เคยรู้จะใส่มาให้เสียเวล่ำเวลาเล่นเพราะเหตุใด ทำเป็น Cutscreen ก็ได้เนื่องจากมันจะก่อให้ผู้เล่นรู้สึกเบื่อโดยทันที(ยกตัวอย่าง ฉากที่เล่นเป็น Nate ตอนเด็กเข้าไปหาของที่อยู่ในบ้าน) เรื่องถัดมาเป็นในฉาก Action  ในฉากบู๊ทั่วๆไป AI เกมนี้จะค่อนข้างจะฉลาดมากจริงๆๆมีหลบ อ้อมข้างหลัง เหวี่ยงระเบิด สาระพัดอย่างที่เพิ่มความท้าให้กับพวกเรา แต่ว่าพอเพียงพวกเราลองเล่นแบบ Stealth แค่นั้นล่ะจ้ะ IQ ของ AI เสมือนตกไปเหลือ 0 โดยทันที เพราะว่ามันไม่สนองตอบต่อปฏิกิริยาของเพศผู้เล่นเองเลยสักเยอะแค่ไหน แม้กระนั้นก็ยังดีที่เกมนี้ก็มิได้บังคับให้พวกเรา Stealth เกม ถ้าเกิดเจอหน้าแล้วจะยัดลูกกระสุนไปเลยก็ได้ไม่มีปัญหา

Graphic ที่จริงแล้วก็ราวกับเป็นตัววัดความน่าเล่นของเกมปัจจุบันไปเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ด้วยเหตุว่าคนโดยส่วนใหญ่นั้นล้วนถูกใจดูที่กราฟฟิกเป็นหลัก เนื่องจากว่าถ้าเกิดเกมไหนกราฟฟิกงามมากมายๆก็อาจจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกมมองน่าสนใจกว่าเดิม แล้วก็ Uncharted 4 ก็ทำออกมาได้ไม่ผิดหวัง ไม่น่าเชื่อว่ากลุ่ม Naughty Dog จะสามารถรีดความสามารถของ Playstation 4 ออกมาได้ขนาดนี้ ขนาดว่าใน The Last of Us Remaster ยังทำเป็นงามมากมายแล้ว แต่ว่าใน Uncharted 4 ให้ความรู้ความเข้าใจสึกว่างามกว่าแบบรู้สึกได้ชัดแจ้ง ตัวเกมมีแสงสว่าง สี เทคพบร์ รวมทั้งข้อมูลเพิ่มเติมนอกเหนือจากนี้ที่สวยสดงดงามเหมือนจริง ซึ่งตัวเกม Run ที่ 30 FPS และไม่มีตกเลย

อีกระบบนึงที่ต้องการจะเอ๋ยถึงก็คือ Photo Mode มันเป็นโหมดที่ตามชื่อเลยเป็นโหมดถ่ายภาพ ตลอด ทุกเมื่อระหว่างที่พวกเราเล่น ไม่ว่าจะเป็นช่วงๆเวลาใดก็ตามทั้งยัง Cutscreen หรือ Gameplay พวกเราสามารถกดเข้าโหมด photo Mode ได้โดยทันที และก็สามารถปรับแสงสี ฟิลเตอร์ มุมกล้องถ่ายภาพ และก็อะไรอีกเยอะมากได้ตามที่ใจต้องการให้สมกับเป็นโหมดถ่ายภาพไปเลยล่ะจ้ะ ส่วนเรื่อง Sound นั้นก็จำเป็นต้องกล่าวว่าทำเป็นดีไม่แพ้กัน กล่าวลาเสียงปืนป้องๆแป้งๆใน 3 ภาคแรกไปได้เลย ด้วยเหตุว่าในภาคนี้จะจัดเต็มกับเรื่อง Sound เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บ้านผู้ใดกันมีชุดเครื่องเสียง โฮมเทียร์เตอร์ หรือหูฟังเทวดาๆใดๆก็ตามได้ฟินแน่นอน

เรื่องในที่สุดที่จะเอ่ยถึงก็คือโหมด Mutiplayer ของเกม ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยบางครั้งก็อาจจะยังไม่เคยทราบว่า Uncharted นั้นมีโหมด Mutiplayer ด้วย จริงๆจะต้องบอกเลยว่าพึ่งมารู้ก็ตอนเล่นภาค 4 เนื่องจากในระหว่างที่เล่น 3 ภาคแรกใน The Nathan Drake Collection นั้นมันมิได้พ่วงเอาโหมด Mutiplayer มาด้วยซะงั้น แม้กระนั้นก็จำต้องสารภาพเลยว่าโหมด Muti ของ Uncharted 4 นั้นทำมาก้าวหน้ามากมายจริงๆตัวเกมจะมีอยู่ 4 โหมด นั้นเป็น

Team Deathmatch เป็นโหมดแบ่งกลุ่มกันธรรมดาโดยที่กลุ่มไหนทำแต้มได้ก่อน 40 แต้มจัดว่าชนะCommand โหมดแย่งพื้นที่ ลองนึกภาพโหมด Conquest ใน Battlefield จ้ะ ผู้ใดกันแน่ที่ทำแต้ม 700 แต้มก่อน ชนะPlunder หรือเรียกกล้วยๆว่า โหมด Capture and Flag โหมดที่ผู้เล่นอีกทั้ง 2 ข้างต้องไปแย่ง Idol ที่จะสุ่มกำเนิดตาม Map และก็ให้ไปเก็บ Idol มาไว้ที่ฐานพวกเรา กลุ่มไหนทำเป็นครบ 3 ครั้งกระโน้น จัดว่าชนะRanked Team Deathmatch ราวกับโหมด Team Deathmatch แต่จะเก็บชั้น Rank นั่นเอง

ในโหมดนี้ผู้เล่นจะได้โอกาสแต่งตัวละครเองได้ด้วย โดยเลือกผู้แสดงที่มีอยู่แล้วในซีปรี่ย์ Unchated จับมาแต่งตัวได้เลย รวมถึงพวกอาวุธต่างๆที่มีเยอะแยะ และก็ผู้เล่นก็สามารถแต่งลายปืนเองได้ พร้อมด้วย Mod ปืนเองได้เช่นเดียวกัน ตัวเกมจะมีระบบระเบียบ Money คล้ายกับ Killstreaks ใน COD หรือ Supply ใน The Last of Us ที่ถ้าเกิดผู้เล่นฆ่าคนอื่นๆได้ หรือเก็บทรัพย์สินตามฉากได้ก็จะได้เงิน ซึ่งเงินที่ได้มาก็จะเอาไปชื้อพรสวรรค์ อาวุธพิเศษ หรือ Upgrade เครื่องใช้ไม้สอยของตนเองได้จากที่ผู้เล่นได้ Set เอาไว้ภายใน Loadout รวมทั้งใน Loadout ของผู้เล่นก็จะมี Point ที่จะใส่ของได้จำกัดเพื่อสมดุลนั้นเองจ้ะ ถ้าผู้ใดกันคิดไม่ออก ให้ลองนึกภาพ โหมด Mutiplay ของ The Last of Us เนื่องจากว่ามันราวกับๆกันเลย แม้กระนั้นไม่เหมือนกันเพียงแค่ตอนนี้ Gameplay จะเป็นแบบ Uncharted นั่นเอง การเล่นโดยรวมแล้วทำเป็นลื่นไหลไม่มีสะดุด รวมทั้งสิ่งพิเศษเลยก็คือ ในโหมด Mutiplayer ตัวเกมจะ Run ที่ 60 FPS แม้กระนั้นลดความละเอียดภาพมาเหลือ 900p แต่ว่าถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่ปัญหา ด้วยเหตุว่ามันทำให้พวกเราเล่นได้อย่างลื่นไหลไม่มีสะดุด

โดยรวมแล้ว Uncharted 4: A Thief’s End เองก็ทำออกมาได้ดิบได้ดีสมกับเป็นภาคต่อที่คนจำนวนไม่น้อยคอยจ้ะ ดังนี้ตัวเกมเองก็ยังมีข้อเสียหลายๆอย่างออกมาให้เห็นได้ชัดเจน แล้วก็อย่างที่บอกไปว่า Uncharted 4: A Thief’s End นั้นมันเสมือนเป็นเกมภาคต่อของซีปรี่ย์ Uncharted จริงๆไม่ราวกับ 3 ภาคแรกที่ราวกับเป็น 1.1 1.2 1.3 ซะอย่างนั้น แม้กระนั้น Uncharted 4: A Thief’s End ก็เป็นอีกหนึ่งเกมที่ผู้ใดกันที่มี Playstation 4 ไม่สมควรพลาดเกมนี้ด้วยอย่างไรทั้งมวล เนื่องจากมันเป็นผลงานเกม Exclusive ที่ดีเยี่ยมที่สุดของ PS4ในระยะเวลานี้แล้ว รวมทั้งโหมด Mutiplayer ของเกมนี้ก็ยังมี Roadmap ที่นาน แถมมีแผนสำหรับการที่จะเพิ่มโหมด Co-op ในอนาคตด้วยนั้นเองจ้ะ

คุณลักษณะเด่น

เรื่องราว การเล่าเรื่อง การตัดไปๆมาๆระหว่าง Cutscreen กับ Gameplay ที่ทำออกมาได้ดิบได้ดี ถึงจะมีติดขัดบ้าง แม้กระนั้นโดยรวมแล้วทำมาดีมากมายกราฟฟิกสวยสดงดงาม สามารถทำให้รับทราบว่าเครื่อง PS4 นั้นยังสามารถทำอะไรได้ยิ่งใหญ่กว่านี้ในอนาคตเกมเพลย์โดยรวมที่ถูกปรับปรุงขึ้นมาจากภาคก่อนๆการออกแบบฉาก สถานที่ต่างๆที่ทำออกมาได้ดิบได้ดี ทำจนถึงเอาเข้าแม้กระนั้น Photo Mode ตลอดทั้งเกมเลยมีฉากให้ตรวจสอบเยอะแยะ ครึ่งหนึ่งๆOpen World สายล่าถ้วย เผชิญภัยจะต้องถูกใจ

จุดเสีย

เกมเพลย์ให้ความรู้ความเข้าใจสึกเดิมๆอีกทั้งเกม จนถึงความรู้สึกเบื่อมีผุดขึ้นมาบ้างภาพรวมของเกมที่ให้ความรู้ความเข้าใจสึกสั้นไปหน่อย ถ้าเกิดเทียบกับภาคก่อนๆแล้ว8.5/10ปิดตำนานนักล่าทรัพย์สมบัติ Nathan Drake ได้อย่างงดงาม

คุ้นๆไหม ?

Comments

comments