[Review] Watch Dogs 2 พัฒนาการทางบวกของแอ็คชั่นแฮกเกอร์

GClub

Watch_Dogs 2

แม้ว่าจะประสบความล้มเหลวกับภาคแรกของ Watch Dogs นัก, Ubisoft ก็ยังไม่ยอมแพ้กับแฟรนไชส์แฮกเกอร์ชุดนี้ ข้างหลังกลับไปเลียแผลแล้วก็ตั้งตัวใหม่ยาวนานกว่าสองปี ปัจจุบันก็ได้เข็นอีกหนึ่งเรือธงเกม Open-World แสนยิ่งใหญ่ออกมาหมายมั่นปั้นมือที่จะยึดหัวใจเกมเมอร์สายแอ็คชั่นโอเพ่นเวิลด์กันอีกที กับ Watch Dogs 2

ปรับปรุงโดย Ubisoft Montreal , Watch Dogs 2 เป็นเกม Open World Action-Adventure ตั้งอยู่ในบริเวณท่าเรือของซานฟรานซิสโก ที่อุดมไปด้วย Landmark สวยสดงดงามยั่วยวนใจนักเดินทาง และก็บรรยากาศที่น่าดึงดูด Ubisoft หมายมั่นปั้นมือว่าจะให้ Watch Dogs 2 เป็นตัวปรับแก้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในภาคแรก ทั้งยังหัวข้อการประชาสัมพันธ์ลดน้อยลงไม่เวอร์วังยอดเยี่ยม , ความเอาใจใส่สำหรับในการดีไซน์เนื้อหา รวมทั้งตั้งอกตั้งใจปรับแต่งบัคมากกว่าเดิม รวมถึงการก้มรับทุกคำชื่นชมและก็คำตำหนิจากภาคแรกโดยผู้เล่น เข้ามาปรับปรุงแก้ไขในภาคสองนี้ แม้กระนั้นพวกเขาทำเป็นเสร็จตามที่หวังหรือเปล่ามาดูกัน

กลุ่มปรับปรุง : Ubisoft Montreal
วันวางขาย PS4 และก็ XBOX ONE : 15 พฤษจิกายน 2016
วันวางขาย PC : 29 พฤษจิกายน 2016
ตัวเกมรีวิวบน PS4 ขอขอบพระคุณ Ubisoft ที่เกื้อหนุนพวกเรามาในที่นี้

Watch Dogs 2 เอ่ยถึง Marcus Holloway แฮกเกอร์ชายหนุ่มผิวสีคนที่มุ่งหวังจะเข้าร่วมกลุ่มต้านทานระบบ ctOS อันเป็นระบบปฏิบัติการในอเมริกาที่ใช้รอควบคุมและก็สังเกตการณ์พลเมืองทุกๆอย่าง เขามีเพื่อนฝูงร่วมอุดมการณ์ทั้งปวงสี่คนร่วมกัน : Wrench ชายหนุ่มหน้ากาก แฮกเกอร์สุดแนวมาพร้อมความ Geek เข้าขั้น, Sitara สาวแนวสก๊อยนักป่วนปั่นเมืองที่เป็นเปรียบเสมือนเสียงให้กับกลุ่ม, Josh ออทิสติคสุดแนวที่ถึงแม้เขาจะมองกะป้ำกะเป๋อแม้กระนั้นอย่าได้ประมาทด้วยเหตุว่าสมองเขานั้นไวมากกว่ากรด แล้วก็ Horachio หัวหน้าทีมบัญชา รวมทั้งคิดแผนวิถีทางต่างๆให้กับกลุ่ม
ความก้าวหน้านักแสดงในเกมนี้อยู่ในระดับที่ว่าเกลียดก็จำเป็นต้องไม่ชอบกันไปเลย เพราะเหตุว่าทุกนักแสดงหลักในเกมนั้นเป็นวัยรุ่นกันหมด โดยเหตุนั้นทุกๆอย่างที่พวกเขาทำก็ได้กลิ่นออก ‘วัยรุ่น’ ซะเยอะแยะ, หมั่นไส้คู่ต่อสู้ก็ยกพวกไปแฮคกระหน่ำ, ท่องเที่ยวงานเลี้ยง เหวี่ยงกระจัดกระจาย ปั่นป่วนประสาทตรงโน้น ตรงนี้ไปทั่ว ธีมของเกมทั้งยังเกมจะให้ความรู้ความเข้าใจสึกราวกับคุณกำลังอยู่ในสังคมต้านทานบางสิ่งบางอย่าง ฉะนั้นส่วนมากสิ่งที่คุณทำก็จะได้อารมณ์ไม่มีความแตกต่างจากผู้ก่อเหตุร้ายเยอะแค่ไหนนัก

แม้กระนั้นพวกเราก็มิได้กล่าวว่ามันไม่รื่นเริง เพราะว่า หากตราบเท่าที่คนเล่นมิได้มุ่งมาดความซีเรียสตั้งใจจริงของรายละเอียดเหมือนกันกับ Watch Dogs 1 รวมทั้งเพียงแค่ต้องการจะสนุกสนานไปกับเกม Watch Dogs 2 จะช่วยเติมเต็มส่วนนั้นๆให้โดยไม่ขัดข้องอะไรก็แล้วแต่เลย ความรู้สึกของนักแสดงที่พวกเราจะได้รับนั้นเสมือนคู่ซี้ซี้ปึ๊กคุยได้ทุกเรื่องมาตั้งกรุ๊ปทำบางสิ่ง อาทิเช่น Marcus และก็ Wrench คุยเรื่องหนังใหม่ หรือเอ่ยถึง Star Wars ได้อย่างสนุกสนานปาก ฯลฯ

รวมทั้งโน่นก็เลยส่งผลให้เกิดจุดบกพร่องที่พวกเราจะกล่าว, Watch Dogs 2 ไม่มีเรื่องราวนะครับ …ขั้นต่ำก็ราวครึ่งเกมได้ อีกทั้งเกมใช้ฟอร์มูล่าการเล่าเรื่องแบบซีรีส์โทรทัศน์ตำรวจเป็นต้นว่า CSI หรือ NCIS ที่เว้นแต่ความเชื่อมโยงของนักแสดงแล้วไม่มีอะไรเชื่อมต่อกันสักตอน ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างในเกมก็เช่นเดียวกัน รายละเอียดในแต่ละภารกิจตั้งแต่ตอนเริ่มเกมก็เลยถึงกึ่งกลางเกม ซึ่งก็มีหลายภารกิจกั้นอยู่ จะไม่มีอะไรเชื่อมถึงกันแล้วก็กันเลยนอกเหนือจากเรื่องเดียวเป็น ‘ฉันจะต้องป่วนปั่นเมืองเพื่อหยุด ctOS!’ กว่าจะเริ่มเดินเกิดเรื่องยาวจริงก็ใกล้ๆด้านหลังเกมโน่นเลย ซึ่งก็ค่อนจะสายไปเสียแล้ว

โดยรวมแล้ว ถ้าหากว่าผู้ใดถูกใจ หรือโอเคกับผู้แสดงธีมวัยรุ่นเด็กแนว , มิได้พึงพอใจในเรื่องรายละเอียดของเกมนัก หรือถูกใจแนวเล่าแยกๆกันไป ก็รู้สึกว่าคงจะสนุกสนานกับเกมไปได้อย่างง่ายดาย แต่ว่าหากกำลังมองหารายละเอียดที่เชื่อมต่อกันเป็นภารกิจตลอดราวกับ GTA, Assassin’s Creed หรือแม้กระทั้ง Watch Dogs 1 บางครั้งก็อาจจะรู้สึกผิดหวังครับผม
เกมเพลย์ของ Watch Dogs 2 ก็มีส่วนที่ขึ้นและก็ส่วนที่ลง ส่วนที่ขึ้นเป็น ความเจริญด้านระบบแฮคที่ทำอะไรได้มากขึ้นมิได้มีไว้เป็น Gimmick ตกแต่งเกมราวกับภาคแรก พวกเราสามารถกดปุ่มพิเศษ (ใน PS4 ใช้ L1) สำหรับในการเลือกได้ว่าจะแฮคแบบไหน อาทิเช่นพวกเราสามารถเล็งไปที่ NPC สุ่มๆแล้วกด L1 ค้าง แล้วต่อจากนั้นก็เลือกได้ว่าจะเรียกความพอใจด้วยการส่งข้อความ, แฮคบัญชีคิดเงิน, โทรเรียกตำรวจหรือกลุ่มผู้กระทำผิดกฎหมายให้มาตามจับตามฆ่า หรือจะแฮคระบบโทรศัพท์ให้มันร้อนจนถึงระเบิดมือ ไม่ก็ช็อตใส่มือดี

ความเจริญของระบบแฮคนี้เพิ่มมิติให้กับเกมได้อย่างไม่น่าเชื่อ เป็นการเสริมระบบที่ทำให้ตัวเกมเด่นอยู่แล้วยิ่งเด่นขึ้นไปอีก, ขั้นตอนการเล่นของผู้เล่นก็เลยมีนานัปการแบบกว่าเดิมมากมาย ด้านระบบฟรีรันนิ่งก็จัดว่าทำมาได้ไม่ดีไม่ห่วย ภาคแรกดีเช่นไรภาคสองก็ดีแล้วแบบนั้น อารมณ์ทำนองว่าอะไรที่ดีอยู่รวมทั้งอย่าไปแก้ไปทำอะไรมันอะไรทำนองนี้
ตัวเกมยังคงซึ่งระบบอัพเกรดสกิลเอาไว้อยู่เหมือนกับภาคแรก ด้านระบบการต่อสู้นั้นมีการเพิ่มปืนสตั้นสำหรับสาย Pacifist ไม่ต้องการฆ่าคนไหนกันเข้ามาด้วย รวมถึงของเด็กเล่นใหม่ๆอาทิเช่นรถยนต์บังคับ RC แล้วก็โดรนก็ช่วยเสริมเพิ่มมิติการเล่นไปอีกหนึ่งขั้น

แม้กระนั้นที่น่าตำหนิเป็นระบบยิงปืนที่น่าประหลาดนักมันกลับให้ความรู้ความเข้าใจสึกกระด้าง ไม่ลื่นนุ่มนวลเทียบกับภาคแรก การจากไปของระบบสโลวโมชั่นเกิดเรื่องโชคร้ายเพราะว่าส่วนตัวแล้วทำให้นักแสดงของพวกเรานั้นโก้เก๋ดุเดือดกว่าเดิมจำนวนมากแม้กระนั้นที่น่าต่อว่าหนักจริงๆก็ไม่พ้นความทุจริตของปืนช็อตกระแสไฟฟ้าซึ่งสามารถหยุดศัตรูในระยะหนึ่งได้ในนัดหมายเดียว ไม่มีเสียงเมื่อยิง มีแม็กกาซีนไม่จำกัด ระยะหวังผลก็สูง นี่ทำให้การวิ่งเอาโยโย่อันเป็นอาวุธใกล้ชิดของผู้แสดงพวกเราไปวิ่งตามตบไม่มีความหมายไปเลยเทียบกับการลอบเร้นในภาคแรก หากมิได้เป็นพวกรังเกียจการลอบเร้นรวมทั้งยิงทุกสิ่งที่ขวางทาง ก็อาจขาดเหตุผลอะไรก็ตามที่จะต้องหาซื้อปืนมาใช้เลยล่ะ คิดบัญชีไว้แต่งตัวเหอะ

กล่าวถึงการแต่งตัว สิ่งที่น่าชื่นชอบในภาคนี้ก็คือการที่พวกเราสามารถแต่งตัวละครได้ตามแบบที่พวกเราอยากได้, เป็นการปรับปรุงขึ้นมาจากภาคแรกที่เปลี่ยนแปลงได้เพียงแค่เสื้อผ้าเป็นชุดๆไป ในภาคนี้พวกเราสามารถเปลี่ยนแปลงได้หมดตั้งแต่หมวกกระทั่งถึงรองเท้า ต้องการจะเป็นเด็กแนวฮิปปี้ ฮิปสเตอร์ อินดี้คูลๆร็อค จนถึงออกเนิร์ดๆได้หมดเลย สูทยังมีให้ใส่ บางครั้งอาจจะมิได้มากมายพรั่งพร้อมเทียบกับคู่ปรปักษ์ แม้กระนั้นนับว่าเป็นความเจริญบวกที่น่าดึงดูด

มาถึงส่วนเด็ดที่ทำให้ทุกคนเสียงแตกหนุ่มกันเป็นเสี่ยงๆ, การขับรถยนต์… ผู้คนจำนวนมากคงจะต้องการจะทราบดีว่าระบบการขับรถยนต์มันดียิ่งขึ้นหรือห่วยแตกลงจากภาคแรก ข่าวดีครับผม มัน! ระบบการขับรถยนต์ในเกมนี้ทำเป็นลื่นไหลรวมทั้งสนุกสนานกว่าเดิมมากมายๆมีการสนองตอบที่เร็วขึ้น กระนั้นก็ยังรู้สึกได้ถึงความหน่วงของรถยนต์อยู่ดังฟิสิกส์จริงๆรวมๆแล้วจัดว่าใกล้เคียงกับการขับรถยนต์จริงๆมากยิ่งกว่าเดิมพอควร ถ้าหากจะให้คิดภาพออกก็ระลึกถึง GTA IV แม้กระนั้นเลี้ยวง่ายดายยิ่งกว่า ดริปง่ายยิ่งกว่าหน่อยนึงกันได้
Watch Dogs 2 ยังมากับระบบใหม่นามว่า Nethack ด้วย ว่ากันกล้วยๆมันเสมือนระบบ Detective Mode จากเกมเครือญาติ Batman ทำนองนั้นเลย พวกเราสามารถใช้มันสแกนหาศัตรูที่อยากได้แล้วมาร์คหัวไว้, หาจุดแฮคที่พวกเราสามารถแฮคได้ แล้วก็ยังเป็นเครื่องใช้ไม้สอยสำคัญสำหรับการมองหาภารกิจเสริมด้วย ที่ตรงนี้นับได้ว่าเป็นส่วนที่ดีของเกมมากมายๆเพราะว่ามันทำให้พวกเราผู้เล่นไม่ได้อยากต้องการจะ Fast Travel มันเกมและก็เป็นตัวยั่วยวนใจต้องการจะตรวจโลกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หาภารกิจใหม่ๆหรือท่องเที่ยวแลนมาร์ค เซลฟี้กับสถานที่เหมือนจริงที่ Ubisoft เอามาจากซานฟรานซิสโกตรงๆสู่เกม

การออกแบบภารกิจใน Watch Dogs 2 นับว่าทำมาได้สนุกในด้านรายละเอียด เพราะเหตุว่าพวกเราจะได้ไปบุกมันเกือบทุกที่เท่าที่ Ubisoft จะบุ่มบ่ามเพียงพอใส่เข้าไปได้ ในส่วนของภารกิจหลักนั้นไม่มีอะไรชักชวนหวือหวาเท่าไรนัก เพียงแค่พวกเรากับเพื่อนฝูงป่วนปั่นบริษัทใหญ่ๆแล้วก็รัฐบาลไปเรื่อยความเด็ดจริงๆอยู่ที่ภารกิจเสริมของเกมโน่น ไม่มีอะไรสำราญใจไปกว่าการบุกสตูดิโอหนัง ลักขโมยรถยนต์ประกอบฉากในหนังคลอไปกับเพลงสมัย 80’s จากวง Duran Duran หรือบุกแฮคบริษัทเกม Ubisoft อีกแล้ว รวมทั้งนี่ยังเป็นเพียงแต่ส่วนใดส่วนหนึ่งแค่นั้น การออกแบบภารกิจเสริมรวมๆดูเหมือนจะเป็นการตอบโจทย์ในสิ่งที่ต้องการของสาย Geek หลายๆท่านที่ฝันต้องการจะทำอะไรแบบงี้บ้างแม้กระนั้นไม่มีช่องทาง ได้สัมผัสเศษเสี้ยวของมัน จัดว่าสำราญใจดีขอรับ
แต่ว่าก็ไม่ใช่ทุกภารกิจที่สนุกสนานอย่างงี้ บางภารกิจนั้นดีไซน์มาได้ออกจะห่วยแตกและก็เสียเวล่ำเวลาเอามากๆอาทิเช่นภารกิจหาจุดฉีดสเปร์ชูราฟฟิตี้ ที่ส่วนใหญ่แล้วชอบอยู่บนซอกอาคารสูงๆบังคับให้คนเล่นต้องหาทางไต่ขึ้นไป บางอันก็เป็นการขึ้นทางลิฟต์ที่ช้าเหิมใจเป็นที่สุด บางอันอยากผู้เล่นให้จับรถยนต์กระโจนออกมาจากทางด่วนบินขึ้นเขาดาดฟ้า ดูเหมือนจะทุกอันค้ำประกันความเจ็บปวดหัวรวมทั้งเสียเวล่ำเวลา แล้วก็รางวัลที่ได้ก็ไมุคุ้มเวลาเอาเสียเลย

อีกส่วนหนึ่งส่วนใดของเกมที่น่าผิดหวังเป็นระบบผู้เล่นคนจำนวนไม่น้อย ภารกิจ Co-op ของ Watch Dogs 2 นั้นไม่ใช่ภารกิจเรื่องราว ถ้าหากแม้กระนั้นเป็นภารกิจสุ่มๆไล่ยิงเด็กกลุ่ม ตำรวจนาๆประการมิได้มอบอะไรให้กับคนเล่นนอกเหนือจากค่าประสบการณ์และก็ความสนุกสนานบางส่วนโดยยิ่งไปกว่านั้นการเล่นกับสหาย ตัวเกมไม่มี Co-op เรื่องราวและไม่สามารถ Co-op ภารกิจเรื่องราวเกมได้ นับว่าเป็นความน่าผิดหวังสำหรับการมอบความสอดคล้องระหว่างโลกออนไลน์รวมทั้งการเล่นผู้เดียวเป็นอย่างมาก แต่ว่าขั้นต่ำระบบรุกรานโลกในเกมของเพื่อนฝูง หรือผู้อื่นรวมถึงการล่าค่าหัวก็สนุกสนานอยู่บ้างล่ะนะ แม้กระนั้นหากจะซื้อมาเพื่อเล่นออนไลน์นั้นดูเหมือนจะเกินราคาไปหน่อยล่ะ
โดยรวมแล้ว Watch Dogs 2 ไม่ใช่เกมที่น่าผิดหวังอะไร แต่ว่าก็มิได้ดีระดับเดียวกับความก้าวกระโจนระหว่าง Assassin’s Creed 1 และก็ 2 ด้วยเกมเพลย์ที่ปรับปรุงและก็ภารกิจที่เบิกบานก็เลยสามารถเล่นแบบเพลิดเพลินๆไปได้ประมาณสองสามอาทิตย์ก่อนที่จะเล่นจบบริบูรณ์ โชคร้ายที่ระบบออนไลน์ที่ไม่ค่อยตอบปัญหาผู้เล่นที่ต้องการจะหาอะไรทำข้างหลังเล่นจบแล้วนัก แล้วก็อัตราความน่าเล่นซ้ำออกจะต่ำ เป็นพวก One-Time Experience สัมผัสครั้งเดียวและสิ้นสุดกันไป การซื้อเต็มราคาก็เลยดูเหมือนเป็นตัวเลือกสำหรับแฟนคลับWatch Dogs แค่นั้น แต่ว่าโน่นก็มิได้ทำให้ Watch Dogs 2 เป็นเกมที่ห่วยลง. แม้มองที่ภาพรวมแล้วหลังจากนั้นก็นับว่าเป็นเกมที่สนุกสนานเกมนึงอย่างยิ่งจริงๆ

8/10

คะแนนมาตรฐานสำหรับเกมที่ผ่านระดับมาตรฐาน ไม่ใช่เกมที่เปลี่ยนแปลงอะไรเพียงแค่ก็ไมใช่เกมที่ห่วยเหมือนกัน , Watch Dogs 2 วางขายแล้วบน PC,PS4 แล้วก็ XBOX ONE

บทความฝากลงจาก Oliver (www.thalible.com)

Comments

comments