Resident Evil 2 (2nd Run) : Leon – ออกจาก Raccoon City Police Station

เมื่อเราจัดการบอสตัวแรกได้แล้ว (Resident Evil 2 (2nd Run) : Leon – Raccoon City Police Station) ปีนบันไดขึ้นมาด้านบน เดินกลับมาเก็บของในห้องที่เราเลื่อนตู้ออกก่อนหน้านี้ จากนั้นเดินไปโยกคันโยกที่ห้องถัดไป สะพานจะเลื่อนมาเป็นทางเดินให้เราไปต่อ มาตามทางจนเราปีนบันไดขึ้นมาด้านบน ก็จะเป็นส่วนลานจอดรถของสถานีตำรวจ เดินไปสำรวจตู้ที่หน้าประตู ก็จะทำให้เรารู้ว่า จะต้องมีคีย์การ์ดถึงจะสามารถเปิดประตูลานจอดรถได้

ฉากจะตัดเป็รคัทซีน ซึ่งเราจะถูกหมากระโดดเข้ามาโจมตี แต่จะมีผู้หญิงมาช่วยเราเอาไว้ได้ ซึ่งเธอจะบอกเราว่าเธอคือ FBI และให้เรารีบออกไปจากที่นี่ เมื่อจบคัทซีนเราจะเห็นเธอเดินเข้าประตูไป ให้เราเดินตามเข้าไป จะเป็นส่วนของห้องขัง เมื่อเข้าประตูมาแล้ว เราจะเห็นห้องแรกซึ่งจะเป็นส่วนของออฟฟิศ ด้านในจะมีแผนที่ให้เราเก็บ จากนั้นเดินผ่านประตูกรงเข้ามา ก็จะเป็นส่วนของห้องขัง เดินเข้ามาห้องขังด้านในสุด เราจะเจอกับเบน ซึ่งยังมีชีวิตอยู่ เบนจะบอกให้ลีออนปล่อยตัวเขาไป เพื่อแลกกับคีย์การ์ด แต่ลีออนจะไม่ยอมทำตาม ซึ่งในระหว่างที่คุยกัน Mr.X จะเข้ามาจัดการกับเบน แล้วเอด้าก็จะเดินเข้ามาพร้อมกับบอกว่าเบนคือคนที่ถูกส่งมาเพื่อสืบข่าว และแนะนำตัวเองว่าชื่อเอด้า จากนั้นก็เดินจากไป

ผนังที่อยู่ใกล้กับกรงขัง จะมีแผงวงจรที่เราจะต้องหาอุปกรณ์ไฟฟ้า 2 ชิ้นมาใส่ เพื่อให้ไฟฟ้าบริเวณนี้ใช้งานได้ และบนโต๊ะเราจะได้ตัวหมุนที่เอาไว้เปิดประตูมาด้วย เป้าหมายต่อไปของเราก็คือการหาอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้ง 2 ตัว ซึ่งตัวแรกอยู่อยู่ที่ห้องควบคุมไฟฟ้าและอีกตัวจะอยู่ที่หอระฆัง (ที่เดียวกับเนื้อเรื่องแคลร์)

เราจะไปหาอุปกรณ์ไฟฟ้าตัวแรกกันก่อน ให้เราเดินกลับมาตั้งหลักที่ลานจอดรถ แล้วเดินมาอีกฝั่ง เข้าประตูที่มีไฟสีเขียวอยู่ด้านบน เข้ามาแล้วเลี้ยวขวา เดินมาตามทาง เข้าห้อง Kennel (ดูแผนที่ด้านบนประกอบ) ห้องนี้จะเป็นห้องที่เอาไว้ขังหมา เดินออกอีกประตู แล้วไปเก็บกุญแจที่ห้องเก็บศพ (Morgue) เราจะได้กุญแจข้าวหลามตัด เดินออกจากห้องเก็บศพแล้วเลี้ยวขวา เราจะเจอจุดที่จะต้องใช้ที่หมุนเพื่อเปิดประตู

เดินเข้าไปต่อ เราก็จะเจอห้องควบคุมไฟฟ้า เมื่อเข้ามาแล้ว เราจะเจอกล่องใส่อุปกรณ์ไฟฟ้าวางอยู่ เก็บแล้วเดินเข้าไปด้านในต่อจะมีปริศนาให้เราแก้เล็กน้อย เมื่อแก้เสร็จประตูอีกฝั่งก็จะเปิดออก กลับมาตั้งหลักที่ประตูที่เราเข้ามาจากลานจอดรถ ให้เราเดินเข้าไปที่ห้องซ้อมยิงปืน (Firing Range) ที่ด้านในจะมีห้องที่ต้องใช้กุญแจข้าวหลามตัดไขเข้าไป และมีกล่องสีเหลือง ซึ่งจะมีกุญแจรถให้เราเก็บด้วย (เมื่อได้กุญแจรถแล้ว ก็ให้เราเดินกลับไปเอาของที่อยู่ท้ายรถตำรวจ ซึ่งจะได้ที่แต่งปืนมาใช้) ออกจากห้องยิงปืนแล้วเลี้ยวซ้าย เดินเข้าประตูไปตามทาง (ถ้าดูตามแผนที่ด้านบน ให้เราเดินตามเส้นหมายเลข 2) เราก็จะกลับขึ้นมาบนสถานีตำรวจ โดยจะมาโผล่ตรงห้อง Break Room ที่เรามาเก็บฟิวส์ในตอนแรก

เก็บของที่ไม่จำเป็นให้เรียบร้อย (อุปกรณ์ไฟฟ้าเก็บไปก่อนได้เลย) เอาที่หมุนประตูติดตัวไปตัว แล้วเดินไปตั้งหลักที่ห้องโถง จากนั้นขึ้นชั้น 2 ไปที่ Art Room โดยเดินผ่าน Art Room ไป เราจะเจอจุดที่จะต้องหมุนประตูขึ้น จะเป็นทางที่ออกมาตรงหน้าห้องของผอ. ไออ้อน เดินขึ้นมาด้านบน แล้วเข้าไปเก็บเฟืองอันใหญ่ในห้องเก็บของก่อน เดินกลับออกมาจากห้องเก็บของ แล้วเข้าประตูอีกบาน จะเป็นส่วนของระเบียงด้านนอก ให้เราปีนบันไดลงด้านล่าง แล้วบันไดจะหัก ที่ด้านล่างนี้ก็จะเป็นจุดที่เราจะต้องดับไฟที่กำลังไหม้เฮลิคอปเตอร์อยู่

ลงบันไดมาที่ชั้นล่าง ไปหมุนวาล์วน้ำให้หันไปทางซ้าย แล้วจะมีซอมบี้ 2 ตัวผลักประตูออกมา จัดการซอมบี้แล้วเดินเข้าประตู ที่ด้านในจะมีห้องเซพ และกุญแจดอกจิก แปะอยู่ที่กระดาน เดินกลับขึ้นมาเปิดก๊อกเพื่อดับไฟ จากนั้นเดินเข้าไปในตัวอาคาร เราก็จะได้เจอกับ Mr.X อีกครั้ง วิ่งผ่านไปให้ได้ หรือวิ่งกลับลงมาเข้าห้องเซพที่ชั้นล่าง (ห้องที่เจอกุญแจดอกจิก) จนมันเดินหนีไป

ต่อไปเราจะไปเก็บของที่ห้องเก็บผ้า (Linen Room) โดยเมื่อเราเดินผ่าน Mr.X ไปแล้วให้เดินเข้าห้อง Waiting Room (ดูแผนที่ด้านบนประกอบ) แล้วเดินอ้อมมาอีกฝั่งเพื่อเข้าห้องสมุด ผ่านห้อง Lounge (ห้องที่มีรูปปั้นม้า) ก็จะเจอห้องเก็บผ้า ใช้กุญแจข้าวหลามตัดไขเข้าไป ที่ด้านในจะมีกล่องเก็บปุ่มกด ให้เราปลดล็อกให้ได้ แล้วก็จะได้ปุ่มกดมาใช้

เป้าหมายต่อไปของเราคือการไปเอาคันโยกที่ห้อง Records Room โดยจะอยู่ที่ชั้น 1 ให้เราเดินผ่านห้อง Reception เข้าไป เพราะหากเราเข้าทาง West Office ประตูนั้นจะต้องใช้กุญแจโพธิ์แดงเปิด (เนื้อเรื่องแคลร์) เมื่อได้คันโยกแล้ว ก็เอาไปใช้ที่ห้องสมุด เพื่อที่เราจะได้สามารถเลื่อนตู้หนังสือให้ทำเป็นทางเดินได้

ออกจากห้องสมุดที่ชั้น 3 (ออกทางที่เราเลื่อนตู้หนังสือมาทำเป็นทางเดิน) แล้วเลี้ยวขวาเพื่อไปยังหอระฆังเพื่อไปเอาอุปกรณ์ไฟฟ้าอีกชิ้น (ตรงนี้จะเหมือนเนื้อเรื่องแคลร์) แต่ถ้าใครที่ไม่ได้เอาเฟืองมาก็ให้เดินอ้อมไปยัง East Storage Room แล้วเดินลงไปที่ห้องสอบสวนชั้น 1 จะมีประตูที่เราจะต้องใช้กุญแจโพธิ์ดำไขเข้าไป เก็บของด้านในให้หมด เราก็จะได้ปุ่มกดอีกอัน (ตอนนี้เราจะได้ปุ่มกดครบทั้ง 2 อันแล้ว)

เดินออกจากห้องสอบสวนได้เล็กน้อย Mr.X จะพังกำแพงเข้ามา เราสามารถใช้รูกำแพงตรงนี้เป็นทางลัดไปห้องแถลงข่าว ใกล้ๆกับห้องโถงได้ (สะดวกมาก) ตรงไปยังห้องเก็บอาวุธเพื่อเอาปุ่มกดทั้ง 2 อันไปใส่ แล้วเก็บของที่อยู่ในตู้มาให้หมด จากนั้นเราอาจจะไปตั้งหลักที่ห้องเซพใกล้ๆบันได (ห้องล้างรูป) แล้วถ้ายังไม่ได้ไปเอาอุปกรณ์ไฟฟ้าที่หอระฆังก็กลับไปเอา

เมื่อได้อุปกรณ์ไฟฟ้าครบทั้ง 2 อันแล้ว ก็ให้เดินกลับไปที่คุก (ผ่านทางห้อง Braek Room ที่ชั้น1) โดยระหว่างที่เราเดินผ่านลานจอดรถ จะมีหมาดักรอโจมตีเราอยู่ 2-3 ตัว จากนั้นเอาอุปกรณ์ไฟฟ้า ไปใส่ที่แผงวงจร แล้วทำการแก้ปริศนา (ตามรูปด้านบน) เมื่อเราแก้สำเร็จ ประตูคุกก็จะเปิดออก เราสามารถเข้าไปเอาคีย์การ์ดที่ศพของเบนได้ แต่ในระหว่างที่เรากำลังจะเก็บคีย์การ์ดนั้น เราจะเก็บเครื่องบันทึกเสียงขึ้นมาเปิดฟัง ทำให้เรารู้ว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้น มีพวกของบริษัทอัมเบลล่าอยู่เบื้องหลัง อีกทั้งยังมีห้องแลปในการทดลองอีกด้วย

เก็บคีย์การ์ดและจดหมายที่อยู่บนโต๊ะ (ในห้องจะมีสเปรย์วางอยู่ข้างชักโครกด้วย) โดยเนื้อหาในจดหมายจะเป็นข้อความที่เบนเขียนเกี่ยวกับ Mr.X ว่าคือ Tyrant เป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมา ซึ่งจะน่ากลัวกว่าซอมบี้เยอะ เมื่อออกมาจากห้องขังของเบนแล้ว ปรากฎว่าประตูห้องขังทุกห้องจะถูกเปิดออก ทำให้พวกซอมบี้หลุดออกมาด้วย แถม Mr.X ยังเดินเข้ามาได้ถูกเวลาอีก วิธีง่ายๆ ที่จะทำให้เราออกไปได้คือ เมื่อออกจากห้องของเบนแล้วให้เรารีบวิ่งตรงไป (ไม่ต้องเลี้ยว) จะมีสวิตช์ให้เราสับ (ตามรูปด้านบน) แล้วประตูกรงด้านซ้ายมือของสวิตช์จะเปิดออก เราสามารถใช้ทางนี้วิ่งผ่านฝูงซอมบี้ออกไปได้เลย

เมื่อออกมาถึงลานจอดรถแล้ว เราจะถูก Mr.X โจมตีอีกครั้ง (เป็นคัทซีน) แต่เอด้าจะเข้ามาช่วยเรา แล้วระเบิด Mr.X ไปพร้อมกับรถ เมื่อคัทซีนจบ เอด้าจะถามเราว่าได้คีย์การ์ดมาไหม แต่เราจะเอาเครื่องบันทึกของเบนให้เอด้าแทน แถมยังบอกให้เอด้าช่วยอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังหน่อย แต่เอด้าจะบอกว่าของฟังข้อมูลที่อยู่ในเครื่องก่อน จากนั้นให้เราเดินไปที่ประตู เอาคีย์การ์ดไปใส่ในเครื่องประตูก็จะเปิดออก ทำให้เราสามารถเดินออกไปด้านนอกสถานีตำรวจได้แล้ว

Comments

comments

Related posts