The Evil Within 2 : Chapter 6 – On the Hunt

หลังจากที่เราคุยกับโอนีล เรื่องตำแหน่งที่เราจะไปหาสเตฟาโน่ ที่โรงหนังแล้ว (The Evil Within 2 : Chapter 5 – Lying in Wait) เราจะต้องกลับเข้าไปในระบบหลังบ้านอีกครั้ง โดยคราวนี้เป้าหมายของเราคือ การไปยังประตู D5 เพื่อออกไปยังโรงหนัง ที่อยู่อีกฝั่งของเมือง (แต่มันดันลอยอยู่บนฟ้า หากมองจากศาลากลาง)

ให้เราเดินกลับมาที่เซพเฮ้าส์ที่เราออกมาจากระบบหลังบ้านในตอนแรก ลงมาที่ชั้นล่าง ทำการเตรียมตัวให้เรียบร้อย (คราฟกระสุน หรือจะกลับไปอัพสกิลที่ห้องทำงานเราก่อนก็ได้) จากนั้นก็เดินมาสำรวจที่เครื่องคอมเครื่องเดิม ในตอนที่เราออกมาจากระบบหลังบ้าน

เมื่อมาถึงระบบหลังบ้านแล้ว ออกจากห้อง เดินออกมาเล็กน้อย ประตูที่อยู่ตรงหน้าเรา (AN-B02) จะเปิดให้เราผ่าน เดินผ่านมาแล้ว เราจะสังเกตว่าประตูแรกทางซ้ายมือ จะสามารถเข้าไปเก็บของได้ แต่จะต้องแก้ปริศนาการจูนสัญญาณก่อน

เดินต่อมาจนสุดทาง เราจะเจอทางขาด ให้เราเดินเข้าไปเก็บของในห้องทางซ้ายมือ เราจะเจอศพเจ้าหน้าที่โมเบียสนอนอยู่ ซึ่งจะได้กระเป๋าเก็บกระสุน (ตามรูปด้านบน) และระวังซอมบี้ที่นั่งหลบเราอยู่หลังประตู มันจะตื่นขึ้นมาโจมตีเรา

ออกจากห้องที่เก็บกระเป๋ากระสุน แล้วเราจะเห็นทางเข้าอยู่ฝั่งตรงข้าม (รั้วตะแกรง) เดินเข้ามาแล้วเลี้ยวขวา เข้าไปตามทางด้านใน แล้วให้เรามองบนๆ จะมีรูปปั้นที่มีกุญแจอยู่ด้านในวางอยู่ (ตามรูปด้านบน)

จากนั้นเดินกลับไปอีกด้าน (เข้ารั้วตะแกรง แล้วเลี้ยวซ้าย) เดินไปตามทาง โดยให้เราสังเกตจากไฟสีส้มๆ เราจะได้ยินเสียงซอมบี้อยู่ข้างหน้า และจะมีรูให้เราลอดทางด้านซ้ายมือ หากเราลอดไม่ทัน จะมีซอมบี้ 2 ตัววิ่งออกมาโจมตีเราแทน (ตามรูปด้านบน) **หากเราสามารถลอดรูที่กำแพงได้ทัน เมื่อซอมบี้เดินมาดูเรา เราจะสามารถเดินผ่านอีกทางไปได้เลย**

เดินลงบันไดมาชั้นล่างสุด เข้าประตูมาแล้ว เราจะเจอความผิดปกติ โดยจะมีเมือกขาวๆ ติดอยู่ตามพื้นและผนังเต็มบริเวณ (เมื่อเราเดินไปเหยียบจะทำให้เราเดินช้าลง) เดินไปตามทางจนเข้ามในห้อง จะมีทีวีเปิดขึ้นมาเอง พร้อมกับคัทซีนในตอนที่เซบาสเตียนกำลังเถียงกับ ไมร่า (ภรรยาของเซบาสเตียน) เกี่ยวกับเรื่องของลิลลี่ที่ถูกองค์กรโมเบียสจับตัวไป (แล้วจัดฉากให้เป็นตายในเพลิงไหม้) ไมร่าจะพยายามอธิบายให้เซบาสเตียนเชื่อเกี่ยวกับโมเบียส แต่เซบาสเตียนจะไม่ฟัง และคิดว่าไมร่า กำลังสับสน จนเกิดมโนเรื่ององค์กรโมเบียส แล้วหลังจากนั้นไมร่าก็ได้หายไปจากชีวิตของเซบาสเตียนทันที

** ไมร่าและเซบาสเตียนทำงานเป็นสายสืบเหมือนกัน แต่ไมร่าเกิดสงสัยในเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่เกิดขึ้น เลยตามสืบจนรู้ความจริงว่า แท้จริงแล้วโมเบียสอยู่เบื้องหลังทั้งหมด และพยายามจะบอกกับเซบาสเตียน แต่เขาจะไม่เชื่อ **

เดินสำรวจเก็บของให้ทั่ว แล้ว เดินเข้าห้องที่มีปีศาจตัวใหม่อยู่ในห้อง (ตามรูปด้านบน) โดยในจุดนี้ เราจะต้องค่อยๆ ย่องผ่านมันไปให้ได้ โดยประตูจะอยู่อีกฝั่งหนึ่ง ให้เรากะจังหวะที่มันหันไปทางอื่น แล้วค่อยย่องผ่านไปอีกฝั่งให้ได้ ให้เราย่องมาจนใกล้ถึงทางออก แล้วรออยู่ตรงกองกล่อง แถวๆประตู รอสักพักมันจะดึงกล่องเพื่อเปิดทางให้เราไปต่อได้

หลังจากหนีจากปีศาจกาวได้แล้ว ให้เราเดินมาตามทาง จนเข้ามาอีกห้อง ให้เราเดินไปสำรวจตามจุดที่อยู่ในรูปด้านบน เราจะเจอของสะสม จากนั้นเดินออกประตู เราจะถูกปีศาจกาวดึงจากทางด้านหลัง จนล้มลง ให้เราใช้ปืนยิงไปที่ตามัน (สีส้มๆ) จนมันปล่อยให้เราหนีได้

เมื่อเราพ้นจากปีศาจกาวแล้ว เดินมาอีกนิดจะเจอทางแยก ให้เลี้ยวไปทางซ้าย (ไปได้ทางเดียว) เดินไปจนเจอประตูที่เราสามารถเข้าไปเก็บของได้ (แก้ปริศนาจูนสัญญาณ) ข้างในจะมีของให้เราเก็บ และมีเอกสารวางอยู่ที่โต๊ะด้วย

เนื้อหาในเอกสาร จะเป็นเกี่ยวกับคำสั่งให้หาแกนกลางอันใหม่มาเปลี่ยน แทนลิลลี่ที่หายตัวไป เพราะหากปล่อยไว้เกิน 36 ชั่วโมง จะมีการเปิดใช้มาตรการฉุกเฉิน โดยเจ้าหน้าที่โมเบียส ทีมอัลฟ่า

ออกจากห้องที่เราเข้าไปเก็บของ เข้าประตูสุดท้าย จะเป็นเซพเฮ้าส์ เมื่อเราเปิดประตูเข้าไป เราจะได้เจอกับเจ้าหน้าที่โมเบียสอีกคนที่ถูกส่งมาก่อนหน้านี้ (ยูกิโกะ ฮอฟแมน)

ในตอนแรกที่ทั้งคู่ได้เจอกัน ยูกิโกะจะนึกว่าเซบาสเตียนโกหก เพราะคิดว่าพ่อของลิลลี่ตายไปแล้ว ซึ่งยูกิโกะจะมีหน้าที่สัมภาษณ์และประเมิน คนที่จะเข้ามาในระบบสเต็ม (ยูกิโกะคือผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา) แต่หลังจากปรับความเข้าใจกันได้แล้ว ทั้งคู่ก็จะแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ตัวเองรู้ โดยทางฝั่งเซบาสเตียนจะบอกถึงเรื่องที่ถูกส่งตัวเข้ามาเพื่อตามหาตัวลิลลี่ และได้เจอกับโอนีล ที่ยังมีชีวิตอยู่ ส่วนทางด้านยูกิโกะจะบอกว่า เค้าคาดเดาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ว่าเรื่องเมืองยูเนี่ยนที่พังลง น่าจะมีอะไรมากกว่าแกนกลาง (ลิลลี่) ที่หายตัวไป โดยการคาดเดาของยูกิโกะจะบอกถึงสเตฟาโน่ที่ใช้ลิลลี่เพิ่มพลังให้ตัวเอง ซึ่งจะทำให้สามารถเปลี่ยนมิติ หรือฉากในยูเนี่ยนได้ (แบบที่เราเจอนั่นแหละ)

เซบาสเตียนจะถามถึงวิธีที่จะสู้กับสเตฟาโน่จากยูกิโกะ ซึ่งจากการวิเคราะห์ของยูกิโกะ เธอจะแนะนำให้ลองทำลายภาพหรือผลงานศิลปะของสเตฟาโน่ดู เพราะมันคือสิ่งมีค่าของสเตฟาโน่ อาจจะทำให้มันอ่อนแอลงได้ ส่วนประตูทางออก D5 จะอยู่ที่ห้องถัดไป

และหลังจากจบบทสนทนาแล้ว เรายังสามารถคุยกับยูกิโกะได้อีก โดยเราสามารถถามถึงเรื่องเรื่องที่บอกว่าเซบาสเตียนตายแล้ว ยูกิโกะจะอธิบายว่า เพราะข้อมูลที่โมเบียสส่งให้บอกว่าเซบาสเตียนตายแล้ว และน่าจะเป็นการดี หากลิลลี่ก็คิดเช่นนั้น เพราะหากบอกว่าเซบาสเตียนยังมีชีวิตอยู่ เธอจะต้องสงสัยแน่ ว่าทำไมพ่อถึงไม่มาหาเธอเลย ส่วนเรื่องที่เซบาสเตียนกังวล ในตอนที่ลิลลี่เจอเซบาสเตียน ยูกิโกะจะบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง เพราะลิลลี่จะเชื่อในสิ่งที่ตาเห็นแน่นอน

อีกเรื่องจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับมาตรการที่ทางโมเบียส มีการคัดเลือกคนที่จะเข้ามาในระบบเสต็ม แล้วทำไมยังมีโรคจิตหลุดเข้ามาได้ ยูกิโกะจะอธิบายว่า จริงๆแล้ว ก่อนที่จะเข้าระบบสเต็มได้ จะมีการทดสอบหลายอย่าง จนแน่ใจแล้วว่าผ่านเกณฑ์ ถึงจะส่งเข้ามาในระบบ แต่สำหรับสเตฟาโน่แล้ว คาดว่าน่าจะเป็นไอ้โรคจิตที่มีความฉลาดมาก เพราะสามารถผ่านบททดสอบ และแฝงตัวเข้ามาในนี้ได้

และหัวข้อสุดท้าย (ค่อนข้างสำคัญ) ยูกิโกะจะบอกว่าได้ศึกษาเหตุการณ์ในบีค่อน (ภาคหนึ่ง) ทำให้รู้ว่าเหตุการณ์นั้น เกิดจากแกนกลางเพียงอย่างเดียว แต่ที่เกิดขึ้นกับยูเนียนในตอนนี้มันน่าจะมีอะไรมากกว่านั้น ซึ่งคาดว่าน่าจะมีคนดึงพลังงานจากลิลลี่ไปใช้ จนทำให้เมืองยูเนี่ยนพัง แถมยังมีซอมบี้แปลกๆออกมาอีกมากมาย เซบาสเตียนจะพูดไปถึง ชายอีกคนที่สเตฟาโน่พูดถึง แต่ในตอนนี้ ยังไม่รู้ว่าเป็นใครด้วย

หลังจากคุยจบ สำรวจและเก็บของให้หมด เราจะสามารถวาร์ปไปที่ห้องทำงานเรา เพื่ออัพสกิลได้ หลังจากเตรียมตัวพร้อมแล้ว ก็ออกจากห้องนี้ ที่ประตูทางออก D5 สำรวจที่เครื่องคอมเหมือนเดิม แล้วเราก็จะได้กลับไปที่ เมืองยูเนี่ยนอีกครั้ง

เมื่อมาถึงเมืองยูเนี่ยนแล้ว จะมีของให้เราเก็บมากมาย ซึ่งเป็นสัญญาณบอกว่า อีกไม่นาน เราจะได้สู้แบบหนักๆอีกครั้งแล้ว เก็บของให้หมดแล้วออกจากห้อง เราจะสามารถจับสัญญาณของเจ้าหน้าที่โมเบียสได้ เมื่อฟังแล้ว จะทำให้เรารู้ว่า เจ้าหน้าที่อีกคนที่ชื่อสตีเฟ่นได้เก็บกุญแจ ห้องเก็บของไว้ โดยในนั้นจะมีอาวุธหนัก ที่สามารถสู้กับบางอย่างที่อยู่ด้านนอกได้

ให้เราเดินออกจากเซพเฮ้าส์ แล้วตรงไปที่หน้าโรงหนัง เราจะเจอกับภาพถ่าย 2 รูป ที่แขวนอยู่ด้านหน้า และในตอนนี้เราก็ยังไม่สามารถเข้าไปในโรงหนังได้ สักพัก สเตฟาโน่จะโทรมาหาเรา แล้วพูดถึงเหตุการณ์ที่เราอาจจะไม่ชอบผลงานของ ออปคูล่า (บอสที่หัวเป็นกล้องที่เราเจอก่อนหน้านี้) แต่คราวนี้จะมีบางอย่างให้เราฟัง ซึ่งจะเป็นเสียงลิลลี่ร้องขอความช่วยเหลือ แล้วสเตฟาโน่จะบอกให้เซบาสเตียนไปฝึกเคารพผลงานศิลปะของคนอื่นบ้าง จะได้มีคุณสมบัติในการชื่นชมผลงานชิ้นต่อไป

จบ Chapter 6 – On the Hunt

Comments

comments

Related posts