Man of Medan – Chapter5 : Ghost Story

Man of Medan – Chapter5 : Ghost Story

หลังจากที่อเล็กซ์และจูเลียขึ้นมาจากการดำน้ำสำรวจซากเครื่องบินแล้ว (Man of Medan – Chapter4 : Dive) ใน Chapter นี้จะเป็นการพูดคุย รวมไปถึงการเล่าเรื่องผี โดยส่วนใหญ่จะเป็นบทสนทนาที่จะเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร แต่จะมีจุดที่จะมีความสำคัญที่ขั้นที่อาจจะทำให้ตัวละครถึงแก่ชีวิตได้เลย

Man of Medan – Chapter5 : Ghost Story

เราจะได้รับบทเป็นจูเลียอีกครั้ง โดยบทสนทนาตรงนี้ หากอเล็กซ์ขอจูเลียแต่งงาน จูเลียก็จะคุยกับแบรดเรื่องที่อเล็กซ์ขอแต่งงาน แต่ถ้าไม่ได้ขอแต่งงานแบรดจะให้จูเลียเล่าว่าที่ซากเครื่องบินเป็นยังไงบ้าง จูเลียก็จะบรรยายในสิ่งที่ได้เจอมา

แล้วสักพัก ก็จะถามถึงคอนราด ที่ครั้งล่าสุด บอกกับทุกคนว่าจะลงไปเอาลังเบียร์มาเพิ่ม ซึ่งจูเลียจะบอกว่าสงสัยว่าคอนราดพอเห็นเบียร์แล้วอยากจะกินเลย ก่อนที่จะยกมา แล้วจากนั้นก็กินต่อเรื่อยๆ แบรดเลยจะลงไปช่วยดูคอนราดว่าเป็นยังไงบ้าง

** ก่อนที่แบรดจะเดินไป จูเลียจะบอกว่าเจอกระสุนในซากเครื่องบินด้วย เอาไว้ในห้องนอนแล้ว ไปหยิบดูได้เลย **

เมื่อจูเลียและอเล็กซ์อยู่ด้วยกัน 2 คนแล้ว ก็จะมีบทสนทนาที่จะมีตัวเลือกขึ้นมาให้เราเลือก โดยจะมีบทสนทนา 2 ชุด ซึ่งจะขึ้นอยู่กับว่า ก่อนหน้านี้ อเล็กซ์ได้ขอจูเลียแต่งงานหรือเปล่า

ในกรณีที่มีการขอแต่งงาน

อเล็กซ์จะถามว่ารู้สึกยังไงที่กำลังจะได้เป็นคุณนายสมิท

  • Cheerful – ตอบในทางดี ว่ายังไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง แต่ตอนนี้รู้ว่าแหวนสวยดี (ตอบข้อนี้)
  • Assertive – ตอบแบบกวนประสาท ไม่อยากเป็นคุณนายสมิท อยากใช้นามสกุลเดิม

แล้วอเล็กซ์ก็จะบอกงั้นก็ต้องรีบเตรียมงานแต่งได้แล้ว

  • Sentimental – โอเค เรามาช่วยกันวางแผนงานแต่งกันเถอะ (ตอบข้อนี้)
  • Provocative – ระวังโดนตีนพ่อนะ (จริงไม่ได้แปลอย่างนี้นะครับ เอาฮาเฉยๆ) จะตอบไปเหมือนยังไม่อยากจะแต่งงาน

แล้วอเล็กซ์จะสารภาพว่า ตอนแรกที่ขอแต่งงาน กลัวว่าจูเลียจะตอบปฏิเสธ

  • Reassuring – ชั้นต้องตอบตกลงอยู่แล้ว (ตอบข้อนี้)
  • Aggrieved – ไม่รู้เหมือนกัน

อเล็กซ์จะพูดต่อไปอีกว่า หลังจากที่ที่จูเลียตอบตกลง เหมือนเห็นอนาคต ที่เราทั้งสองจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไปเลย

  • Adoring – ตอบแบบซึ้ง (ตอบข้อนี้)
  • Playful – ตอบแบบกวนประสาท ว่า แล้วสุดท้ายคุณก็ไม่สนใจชั้น (ได้ชั้นแล้วก็ทิ้ง)

ในกรณีที่อเล็กซ์ไม่ได้ขอแต่งงาน

หลังจากที่แบรดเดินไปตามคอนราด เราจะสามารถเลือกคำถามที่จะถามอเล็กซ์ ในตอนที่กำลังจะขึ้นจากการดำน้ำ แล้วอเล็กซ์ดูแปลกๆไป

  • Serious – ถามแบบจริงจังเลย ว่าอเล็กซ์เป็นอะไร
  • Cheery – ถามแบบทีเล่นทีจริง ว่าเกิดอะไรขึ้น

** ตั้งแต่ตัวเลือกในข้อนี้ เราจะเลือกตอบอะไรก็ได้ โดยส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของอนาคต ที่อเล็กซ์ดูเคร่งเครียด (คำตอบที่ให้เลือกส่วนใหญ่จะเป็นระหว่างคุยแบบจริงจังหรือจะคุยแบบผ่อนคลาย ซึ่งจะได้ความหมายใกล้เคียงกันอยู่แล้ว) สุดท้ายความสัมพันธ์ระหว่างจูเลียและอเล็กซ์ จะขึ้นมาเล็กน้อย **

Man of Medan – Chapter5 : Ghost Story

หลังจากคุยกันจบ จูเลียจะเดินไปหาคอนราดอีกคน เพราะแบรดหายไปนานเกิน ซึ่งจูเลียจะเจอแบรดที่ยืนนิ่งอยู่ตรงบันได จูเลียเลยจะถามถึงคอนราดและฟริส ซึ่งไม่รู้ว่าทั้งสองคนหายไปไหน

แบรดจะตอบว่าไม่รู้เหมือนกัน ** ตรงนี้ หากก่อนหน้านี้ ที่เราบังคับเป็นฟริส แล้วเล่นด้วยกับคอนราด (ตกลงให้จีบ) คัทซีนก่อนที่จูเลียจะเดินมาเจอ จะเป็นฉากที่คอนราดและฟริสกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มกัน แต่ถ้าก่อนหน้านี้ฟริสไม่เล่นด้วย จะเป็นฉากที่คอนราดพยายามตามตื้อฟริส จนจูเลียมาเห็นเหตุการณ์พอดี **

  • Disapproving – ด่าคอนราด ว่าหยุดพักบ้างเถอะ นิสัยแบบนี้เนี่ย
  • Frustraed – ขอโทษแทนพี่ชายด้วยที่ทำตัวแบบนี้ (เลือกข้อนี้)

แล้วจูเลียก็จะถามคอนราดว่า ไหนบอกว่าจะลงมาเอาเบียร์ ซึ่งคอนราดก็จะรีบวิ่งไปเอาเบียร์ทันที

Man of Medan – Chapter5 : Ghost Story

หลังจากที่ทุกคนมาพร้อมกันแล้ว อเล็กซ์จะบอกกับทุกคนว่า งั้นเรามาคุยกันถึงข้อมูลที่เราได้มากันดีกว่า ว่าเครื่องบินมาทำอะไรแถวนี้ แล้วจูเลียจะอาสาไปเอาเอกสารที่เก็บขึ้นมาจากซากเครื่องบินมาให้

ให้เราบังคับจูเลียเดินไปหยิบเอกสารในกระเป๋าที่วางอยู่บนเตียง (ห้องด้านในสุด) ** ซึ่งตรงจุดนี้ หากเราบังคับจูเลีย ให้เดินไปหยิบมาช้า อเล็กซ์จะเดินตามเข้ามาด้วย (ไม่รีบเดินไปหยิบ หรือแวะไปดูอย่างอื่นก่อน)

เมื่อคนพร้อมเอกสารพร้อม คอนราดจะหยิบเบียร์แจกจ่ายให้กับทุกคน ซึ่งตรงจุดนี้ หากจูเลียรีบขึ้นมาจากน้ำโดยไม่ได้ปรับแรงดันก่อน อเล็กซ์จะห้ามไม่ให้กิน ซึ่งจูเลียจะสามารถเลือกได้ว่าจะฟังอเล็กซ์หรือไม่เชื่อ

  • Relaxed – ไม่ฟังอเล็กซ์ หยิบเบียร์มากินเลย
  • Cautious – เชื่ออเล็กซ์ ว่าอาจจะเกิดอันตรายได้

** ตรงนี้สำคัญมาก เพราะหากในตอนที่จูเลียขึ้นมาโดยไม่ได้ปรับแรงดันก่อน และมากินเบียร์ด้วย ในตอนสุดท้าย (คัทซีนสุดท้าย) ถึงจูเลียจะหนีจากเรือได้ ก็จะตายอยู่ดี (ตายเพราะแรงดันในตัวเปลี่ยนไป) **

อเล็กซ์จะยื่นเอกสารที่มีพิกัดของทองแมนจูเรียให้กับฟริสดู ซึ่งฟริสก็จะบอกว่าหากพรุ่งนี้อากาศดี ก็จะใช้เวลา 2-3 ชั่วโมงในการเดินทางไปยังพิกัดเป้าหมาย

นอกจากนี้จูเลียก็จะวิเคราะห์ให้ฟังว่า เครื่องบินนี้น่าจะเป็นเครื่องบินช่วยชีวิต เพราะด้านในบรรทุกเรือชูชีพ มาแทนกระสุนปืนและอาวุธ แต่ถูกยิงตกเสียก่อน เพราะเจอรอยกระสุนถูกยิงเข้ามามากมาย

สักพักฟริสจะด่าพวกจูเลียอีกรอบ เรื่องที่ชอบทำอะไรไม่คิดก่อน เพราะเคยบอกแล้วว่าอย่าหยิบอะไรติดมือมา ที่พูดนี่ไม่ได้หมายถึงกฎหมายนะ

  • Dismissive – ช่างมันเถอะ ใครจะไปรู้ว่าเราหยิบอะไรขึ้นมา
  • Apologetic – ขอโทษ

แล้วเราก็จะโดนด่าอีกชุดใหญ่ โดยเนื้อหาหลักที่โดนในตอนนี้ก็คือ การที่พวกของจูเลีย ดำลงไปดูซากเครื่องบินซึ่งมีศพของพวกทหาร รวมไปถึงการหยิบของบางอย่างขึ้นมา เป็นการหลบหลู่สิ่งที่มองไม่เห็น อาจจะเป็นการปลุกหรือการเอาวิญญาณติดขึ้นมาบนเรือด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดเรื่องร้ายขึ้นได้

แล้วอเล็กซ์ก็จะหันไปบอกแบรดให้จัดเรื่องผีมาเล่าสักเรื่อง แบรดก็จะบอกได้เลย พอดีมีอยู่เรื่องนึง ซึ่งเกิดใกล้แถวนี้ด้วย แล้วเราจะได้เลือกประโยคที่จูเลียจะพูด ก่อนที่แบรดจะเริ่มเล่าเรื่องผี

  • Supportive – เล่าเลย อยากฟัง
  • Skeptical – จะเล่าให้น่ากลัวได้หรอ

** ไม่ว่าจะเลือกข้อไหน แบรดก็จะเล่าอยู่ดี **

เรื่องผีจากแบรด

เรื่องนี้เกิดขึ้นแถวๆ ประภาคารเก่า ที่อยู่ไม่ไกลจากที่นี่ (อเล็กซ์จะพูดขึ้นมาว่า นี่เรื่องจริงหรอ แบรดซึ่งจะตอบกลับไปว่า พอดีเจอกับคนแก่ที่ท่าเรือ ลักษณะแก่มาก แถมตาบอดไปข้างนึง เค้าขอเงินไป 1 เหรียญเพื่อแลกกับความลับบางอย่าง ซึ่งก็คือเรื่องนี้แหละ)

ในจุดที่ประภาคารตั้งอยู่นั้น ถูกแยกออกมาจากแผ่นดินใหญ่ ตั้งโดดเดี่ยวอยู่ โดยมีแค่เสียงคลื่นซัดเข้ากับโขดหินแถวนั้น ที่นั่นมีเพียงผู้ดูแลประภาคาร ที่อาศัยอยู่มานานเพียงลำพัง

และเช้าวันหนึ่ง เป็นวันที่มีแต่หมอก ชายที่ดูแลประภาคาร เห็นร่างของผู้หญิงที่เปื้อนเลือด เดินอยู่ริมชายหาด เค้าเลยรีบวิ่งเข้าไปช่วยหญิงสาวคนนั้น เมื่อไปถึงผู้หญิงคนนั้นก็ล้มลงในอ้อมกอดของชายผู้เฝ้าประภาคารทันที

เค้ารีบพาเธอกลับไปที่ประภาคาร แล้วถามเธอว่ามาจากไหน (คอนราดจะพูดขึ้นมาว่า เสียเวลาจริงๆ เป็นเค้าคงซั่มผู้หญิงเรียบร้อยแล้ว แล้วก็จะมีตัวเลือกขึ้นมา ให้เราเลือกโดยจะเป็นประโยคที่จูเลียจะด่าคอนราดนั่นเอง)

  • Annoyed – เงียบไปเลย อย่าขัด
  • Amused – คิดเป็นอยู่อย่างเดียวเลย (มีแต่เรื่องเซ็กส์)

แล้วแบรดก็จะเล่าต่อไปว่า หญิงสาวตอบว่า ชั้นอยู๋ที่นี่กับครอบครัว โดยอาศัยอยู่ที่ชั้นบนของประภาคารแห่งนี้ ชายผู้เฝ้าประภาคารเลยเถียงไปว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้นะ เพราะผมอยู่ที่นี่มาหลายปีแล้ว แถมอยู่คนเดียวด้วย

หญิงสาวคนนั้นจะเถียงกลับว่า จริงๆ แล้วก็พาชายคนดังกล่าวขึ้นไปชั้นบนของประภาคาร เมื่อเดินไปถึงชั้นบน ก็พบว่า ที่พื้นเต็มไปด้วยเลือดจากศพชาย-หญิง ที่ถูกขวานจาม จนเครื่องในทะลักออกมา (อเล็กซ์จะพูดขึ้นมาว่า ทำไมพวกฆาตกรถึงชอบใช้ขวานกัน ซึ่งแบรดจะบอกว่า จะไปรู้หรอ เพราะเค้าได้ฟังมาแบบนี้) แล้วจูเลียก็จะมีบทพูดให้เราได้เลือกอีกครั้ง

  • Disgusted – มันแย่มาก (อินกับเรื่องเล่า ในฉากที่เจอศพ)
  • Provocative – เอาน่า บางทีการเล่าก็จะต้องแต่งเติมให้เนื้อเรื่องมันดูเข้มข้นหน่อย

แล้วคอนราดก็จะถามต่อว่า แล้วใครเป็นคนทำ ซึ่งแบรดจะเล่าต่อไปว่า เธอคนนั้นพูดออกมาด้วยความโกรธว่าเป็นฝีมือของสามีเธอเอง ซึ่งตอนนี้เค้าอยู่ในตู้เสื้อผ้า (แล้วจูเลียก็จะพูดขึ้นมาว่า หากแต่งงานไปชั้นจะเจออย่างนี้ไม๊เนี่ย หรือสำหรับคนที่เล่นแบบอเล็กซ์ไม่ได้ขอแต่งงานจูเลียจะพูดว่า เพราะอย่างนี้ไง ชั้นถึงไม่อยากแต่งงาน)

แล้วชายที่ดูแลประภาคารก็เลยเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าดู ซึ่งปรากฎว่า มีร่างของชายคนดังกล่าวจริง ซึ่งสภาพถูกเฉือนจนคอเกือบขาด ชายผู้ดูแลประภาคาร เลยยื่นหน้าเข้าไปมองหน้าศพที่อยู่ในความมืดใกล้ๆ ปรากฎว่า หน้าของชายคนนั้นก็คือตัวเค้านั่นเอง

และทั้งอเล็กซ์และคอนราดต่างชม เรื่องที่แบรดเล่าให้ฟัง ซึ่งเราที่ยังรับบทเป็นจูเลีย ก็จะมีประโยคขึ้นมาให้เลือก

  • Appreciative – เรื่องเยี่ยมมาก ตื่นเต้นดี
  • Disappointed – ไม่เห็นจะน่ากลัวเลย

หลังจากเล่าจบฟริสจะบอกให้รีบเข้าไปนอน เพราะพายุกำลังจะมา แต่คอนราดจะบอกว่า ตามกฎแล้วควรจะจัดอีกคนละขวดก่อนเข้านอน (อ้างกฎมั่วมาก) แล้วทุกคนก็แยกย้ายกันเข้านอน

Comments

comments

Related posts